วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เพลงสำหรับคน ตั้งท้อง ทารกและเด็กเล็ก

        ในปัจจุบัน ได้มีการพูดถึงประโยชน์ของเพลงคลาสสิคกับทารกในครรภ์ ว่า หากให้ทารกในครรภ์ฟังเพลงคลาสสิคที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เด็กที่เกิดมามีพัฒนาการทางด้านอารมณ์ดี เมื่อเติบโตขึ้นจะมีความฉลาดทางอารมณ์ดี มีสมาธิเร็วและมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ,,ผมได้หาข้อมูลในหลาย ๆ แหล่งพบว่าเพลงคลาสสิคที่ควรเปิดให้ทารกในครรภ์ฟังนั้นควรเป็นเพลงที่ทีท่วงทำนองช้า - เร็วปานกลาง และมีจังหวะคงที่ ไม่มีลักษณะกระแทกกระทั้นมากจนเกินไป ซึ่งเพลงคลาสสิคลักษณะนี้มีปรากฏในหลายผู้ประพันธ์ เช่น Bach Vivaldi Handel และ Mozart ต่เพลงของ Mozart จะเป็นที่รู้จักอย่างมากมายเนื่องจากมีท่วงทำนองไพเราะอย่างโดดเด่นครับ ,,ดังนั้น จึงเกิดกระแส "Baby Mozart" หรือ "Mozart effect" ขึ้น ,, แต่ความจริงแล้ว เพลงคลาสสิคอื่น ๆ ที่มีท่วงทำนองเหมาะสมก็มีอีกมากครับ เช่นเพลงคลาสสิคในยุค Baroque ซึ่งเป็นยุคที่มีความเคร่งครัดในกฏการประพันธ์เพลงมาก จึงทำให้งานเพลงในยุค Baroque นี้ฟังง่าย ทำนองติดหูอย่างรวดเร็วและเหมาะสมกับทารกเทียบเท่าดนตรีของ Mozart
    ในโอกาสนี้ ผมจึงขอเสนอเพลงเหล่านี้ให้ท่าน download ไปเปิดให้ลูกน้อยในครรภ์ของท่านฟรีครับ ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อแผ่น CD ที่ใหนเลย .... ผมคัดมาให้แล้วอย่างดี มีทั้งเพลงของ Mozart และนักประพันธ์ยุค Baroque ท่านอื่นด้วย รับรองว่าจะสร้างความรื่นรมณ์ทั้งคุณพ่อ แม่ และลูก อย่างแน่นอนครับ เพลงที่จัดให้จะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ อายุครรภ์ 5 - 6 เดือนขึ้นไป และสำหรับทารกที่คลอดแล้ว เนื่องจากอายุครรภ์ 5 เดือนขึ้นไปนั้นทารกจะมีพัฒนาระบบการได้ยินและสามารถตอบสนองเสียงรอบตัวได้ดีแล้ว แต่ก็ควรเป็นเพลงคลาสสิคในระดับที่มีจังหวะ - ความดังเบาที่ราบเรียบ ส่วนทารกที่คลอดแล้วระบบต่าง ๆ จะสมบูรณ์เต็มที่ เพลงที่ฟังก็จะหลากหลายขึ้นได้อีกครับ และเป็นการสร้างความคุ้นเคย สร้างสมาธิที่ดีให้กับเด็กในอนาคตต่อไปครับ.

  เพลงสำหรับอายุครรภ์ 5 - 6 เดือนขึ้นไป
   จะเป็นเพลงคลาสสิคที่มีท่วงทำนองช้า และคงที่ ไม่ค่อยมีระดับความดัง-เบา ของเสียงที่แตกต่างกันมากนัก เหมาะสำหรับอายุครรภ์ระดับนี้ที่ระบบการได้ยินพัฒนาจวนจะเต็มที่ครับ การเปิดเพลงควรเปิดแค่ประมาณ 20 - 30 นาที ในช่วงเย็น ๆ หรือช่วงที่ลูกดิ้น ซึ่งเป็นช่วงที่ทารกตื่นตัวครับ
Canon in D major very nice version (5.5MB) : เวอร์ชั่นนี้เป็นการบรรเลงในรูปแบบที่ผมคิดว่าไพเราะที่สุด และได้รับความนิยมสูงสุดครับ
Sanctus (3.4MB) : เป็นทำนองเพลง Canon in D major แต่นำมาเรียบเรียงใหม่ และร้องโดยคณะนักร้องประสานเสียงเด็กชาย "Libera" ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกจากโบสถ์ ST.Philips กรุงลอนดอน เวอร์ชั่นนี้เสียงเด็กชายร้องก้องกังวาล ใสปิ้ง ให้ความรู้สึกเยือกเย็นมาก ๆ ครับ
Boccherini ,Minuet from the String Quintet Op.13 No.5 (3.23MB) : ท่อน Minuet ท่อนนี้ มาจาก String Quintet Op.13 No.5 ประพันธ์โดย Luigi Boccherini ... เป็นท่อนที่มีความอ่อนหวาน ไพเราะเสนาะหูเป็นอย่างยิ่ง ผมคิดว่าเป็นอีกเพลงหนึ่งที่ฟังง่ายและจะชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟังครับ ,,มีเวอร์ชั่นบรรเลงคู่ Violin & Piano ด้วย คลิ๊กที่นี่
Albinoni ,Adagio for Organ and Strings in G minor (6.68MB) : เป็นผลงานชิ้นเอกของ Tomaso Albinoni นักประพันธ์ชาวอิตาเลี่ยน งานชิ้นนี้เป็นบรรเลง Organ คลอไปกับวงออเคสตร้า ให้ทำนองที่เยือกเย็น อ่อนหวานและไพเราะอย่างยิ่งครับ
Ave Maria (Schubert) (เวอร์ชั่นบรรเลง Piano & Violin) .... Ave Maria (อาเว มารีอา) เป็นคำเขียนภาษาละติน เป็นบทเพลงที่มีชื่อเสียงของชาร์ล กูโน คีตกวียุคโรแมนติคชาวฝรั่งเศสที่แต่งขึ้นในปี ค.ศ. 1859 โดยดัดแปลงมาจาก Prelude No.1 in C major (BWV 846 จาก The Well-Tempered Clavier Book 1) ที่ Bach แต่งขึ้นเมื่อค.ศ. 1782 ,กูโนได้ดัดแปลงห้องดนตรีเล็กน้อยเพื่อให้ท่วงทำนองราบรื่นขึ้นกว่าเดิม และตั้งชื่อเพื่อเป็นการสดุดีพระแม่มารีอาเว มารีอา กลายเป็นดนตรีที่มีทำนองคุ้นหู ไพเราะอย่างยิ่งครับ
Prelude (from The Well-Tempered Clavier Book 1) : เป็นท่อน prelude บรรเลงด้วย Piano มีท่วงทำนองหวาน ไพเราะ เย็น ๆ ชิลด์ ๆ มากครับ ฟังหลังทานข้าวแล้วจะหลับฝันดีไปกับลูกน้อยเลย (Prelude ท่อนนี้เป็นเพลงเดียวกับ Prelude No.1 in C major ในวรรคบนนี้ แต่ข้างบนบรรเลงด้วย Harpsichord เป็นไปตามต้นฉบับที่ Bach กำหนดครับ)
 Bach ,Air from Orchestral Suite No. 3 (4.45MB) : เป็นงาน Orchestral Suite ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างดีมาก ๆ ชิ้นหนึ่งครับ ....วิจารณ์กันว่าได้ฟังแล้วจะรู้สึกผ่อนคลาย และ รื่นรมณ์ยิ่งนัก ,,อีกเวอร์ชันหนึ่งร้องโดยคณะร้องประสานเสียง Libera (เสียงหลักโดย Tom Cully) คลิ๊กที่นี่
 Bach ,Sheep May Safely Graze from Cantata 208 (4.93MB) : เป็นบทร้องอันละเมียดละมัยจาก Cantata No.208 .... ท่านจะต้องหลงไหลเคลิบเคลิ้มไปกับท่วงทำนองนี้ครับ (จัดมาให้แบบเวอร์ชั่นบรรเลง)
  Carol's Ann Theme from "Poltergeist" (4.93MB) : เพลงนี้ เป็นอีกเพลงหนึ่งที่มีความไพเราะ อ่อนหวานมาก ๆ ครับ เป็น theme ของบทสวดที่หนูน้อย Ann สวดเพื่อให้พ้นจากการหลอกหลอนของผีร้ายจากภาพยนตร์ Polterguist ..... ดูเหมือนจะไม่น่าจะเป็นไปได้ใช่ใหมครับ ที่บทสวดในหนังผีจะนำมากล่อมลูกน้อยในครรภ์ของท่านได้ แต่ก็เป็นไปแล้วครับ ลองฟังดูครับ ,,เนื้อร้อง คลิ๊กที่นี่


    เพลงสำหรับทารกที่คลอดแล้ว และสำหรับเด็กเล็กทั่วไปเพลงสำหรับอายุครรภ์ขนาดนี้ จะเป็นเพลงที่มีจังหวะเร็วขึ้นเนื่องจากระบบต่าง ๆ ของทารก หรือเด็กที่คลอดแล้วมีพัฒนาการเต็มที่ครับ ผมจะเน้นเพลงของ Mozart เนื่องจากมีความไพเราะและมีความมหัศจรรย์ของเมโลดี้ตามที่เราทราบกันดี ในช่วงนี้ เด็กจะสามารถฟังเพลงได้นานขึ้นซึ่งเราสามารถเปิดให้ฟังได้ 40 นาที - 1 ชม. เลยครับ
Eine kleine Nachtmusik ---> movement 1 (5.2MB) บทเพลงชื่อภาษาเยอรมัน นี้ คือ A Little night music ในภาษาอังกฤษ ,เพลงนี้เป็น Serenade in G K.525 ประพันธ์โดย Mozart ,มีท่วงทำนองที่ทุกคนจะต้องคุ้นหูอย่างแน่นอน 100% ครับ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเพลงลายเซ็นของ Mozart เลยทีเดียว (movement ที่ 1)
Mozart Concerto for flute and harp KV299 ----> movement 1 (15.01MB)  เป็น concerto บรรเลงด้วย Flute และ Harp มีความไพเราะระดับขึ้นหิ้ง
Mozart Piano concerto No.21 ----> Movement 2 (9.91MB)  เป็นอีก Piano concerto หนึ่งของ Mozart ที่เป็นระดับขึ้นหิ้ง ,Mozart แต่ง concerto บทนี้ได้หวานจับใจ ใน movement ที่ 2 นี้เป็นท่อนพิมพ์นิยมสำหรับทารกครับ
Mozart ,Oboe Concerto KV 313 in G-Major ---> movement 1 (6.66MB) เพลงนี้เป็น Oboe concerto หรือบางครั้งก็ใช้ Flute บรรเลง ที่ไพเราะมากของ Mozart เพลงนี้ฟังแล้วได้กลิ่นอายของ Mozart แบบเต็ม ๆ เลยครับ เพราะเป็นเพลงที่เขาประพันธ์ใว้ในช่วงที่ชีวิตรุ่งเรือง จึงแสดงออกซึ่งความสดใสร่าเริงมากครับ
Mozart Clarinet concerto KV.662 ---> movement 1 (11.4MB) Clarinet concerto ชิ้นนี้เป็นงานที่งดงามมากของ Mozart ทั้ง 3 Movement ล้วนแต่ไพเราะหมดทั้งสิ้นครับ (ตัดมาเฉพาะ movement ที่ 1)
Mozart Horn Concerto : ผมเลือกมาให้เฉพาะ No. 3 K.447 : movement 1 (10.4MB)  และ No. 4 K.495 movement 3 (8.89MB)
Haydn ,Trumpet Concerto in E flat major ----> Movement 2 (3.01MB) Concerto ชิ้นนี้ Haydn แต่งขึ้นในปี 1796 เมื่อเขาอายุได้ 64 ปี และอุทิศให้กับเพื่อนสนิทและนักทรัมเปตมือฉกาจ Anton Weidinger ,งานชิ้นนี้เป็น Trumpet concerto ชิ้นเอกของ Haydn มีความไพเราะสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะ movement ที่ 2 ที่เลือกมาให้นี้ มีท่วงทำนองอ่อนหวานมาก ๆ ครับ
Beethoven ,Romance for Violin No.2 (6.44MB) : งานชิ้นนี้เป็น Orchestral work กับ Violin ที่โดดเด่นมาก ด้วยท่วงทำนองที่หวานหยดย้อยจับใจยิ่งนัก หากได้ฟังจะเห็นด้วยกับผมครับ
วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

Mind Map ปรัชญาการศึกษา

นิรันตรนิยม Perennialism
สัจนิยม Reallism
วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2554

งานโฆษณา ส่ง ดร.อุดม หอมคำ

งานผลิตสื่อโฆษณา  โดยนายอภิชิต  กลีบม่วง


วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

เพลง โซ่ทองคลองใจ (ซาวด์ยังไม่สมบูรณ์นะครับ)

เพลง ใหม่ครับ เรียบเรียงโดย จานโ๋อ๋


รับแต่งเพลง ทำเพลงทุกแนว  ราคาเป็นกันเอง
วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

งานผลิต สื่อสิ่งพิมพ์

ทำแบบด่วนๆ ขออภัยหากไม่สวยเท่าที่ควร


วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

มหัศจรรย์ของดนตรี (The Mozart Effect)

ฝึกใช้เสียงใน ๕ วัน               วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้ใจสงบและมั่นคง ก็คือการเปล่งเสียงและฮัมเพลง แม้แต่โมสาร์ทก็ชอบฮัมเพลงเวลาแต่งเพลง การลากเสียงสระยาว ๆ จะทำให้คลื่นสมองสมดุล การหายใจนิ่งลึกสม่ำเสมอ อัตราการเต้นของหัวใจลดลง และนำมาซึ่งความรู้สึกดี ๆ โดยใช้เวลาฝึกออกกำลังเสียงเพียงวันละ ๕ นาทีเท่านั้น

วันแรก-ฮัม              นั่งบนเก้าอี้อย่างสบาย ๆ หลับตา ฮัมเป็นเวลา ๕ นาที ฮัมแบบไม่มีทำนอง ด้วยระดับเสียง (pitch) ที่ทำให้รู้สึกสบาย ผ่อนคลายขากรรไกร รับรู้ถึงพลังจากการฮัมภายในร่างกาย ทาบฝ่ามือลงบนแก้มทั้งสองข้าง แล้วให้ดูว่ามีแรงสั่นสะเทือนบริเวณขากรรไกรอย่างไร การนวดด้วยเสียงเป็นเวลา ๕ นาทีนี้จะทำให้ลดความเครียดและผ่อนคลาย

 วันที่ ๒-อา…
              เสียงอา…จะทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายแบบทันทีทันใด โดยธรรมชาติเรามักทำเสียงเช่นนี้เมื่อหาวนอน ถ้ารู้สึกเครียดจัดให้ใช้เวลา ๒-๓ นาที ผ่อนคลายขากรรไกร และทำเสียงอา… โดยไม่จำเป็นต้องร้องเป็นทำนองเพลง เพียงแค่ปล่อยเสียงออกมาตามลมหายใจออกเท่านั้น หลังจากผ่านไป ๑ นาที คุณจะรู้สึกได้ว่าลมหายใจยาวขึ้นและผ่อนคลายขึ้น แต่หากคุณอยู่ในที่ทำงานหรือโรงเรียน ซึ่งเสียงอา…อาจรบกวนผู้อื่น ก็เพียงแค่หลับตา หายใจออก และจินตนาการว่าเปล่งเสียงอา…ออกมาก็พอช่วยได้

วันที่ ๓-อี…
              เสียงอี…เป็นเสียงที่มีพลังกระตุ้นมากที่สุด สามารถปลุกเร้าจิตใจและร่างกายเสมือนเป็นคาเฟอีนเลยทีเดียว เมื่อรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนในยามบ่ายหรือยามขับรถ ให้ใช้เวลา ๓-๕ นาทีทำเสียงอี…เพื่อกระตุ้นสมองและร่างกายให้ตื่นตัว

วันที่ ๔-โอ…
              เสียงโอ หรือโอม เป็นเสียงที่เข้มข้นและมีพลังที่สุดในหมู่คนที่ชอบสวดมนต์ หากวางมือไว้บนศีรษะ แก้ม หรือหน้าอกขณะทำเสียงโอ คุณจะรู้สึกว่าเกิดแรงสั่นสะเทือนบริเวณช่วงบนของลำตัว การทำเสียงโอเพียง ๕ นาทีจะทำให้อุณหภูมิที่ผิว ความตึงเครียดกล้ามเนื้อ คลื่นสมอง การหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลง นับว่าเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการกระตุ้นอย่างทันทีทันใด

วันที่ ๕-การทดลอง
เริ่มกำหนดความรู้สึกจากจุดต่ำสุดของแหล่งกำเนิดเสียง เคลื่อนมาสู่ด้านบนอย่างช้า ๆ ทำเสียงที่ผ่อนคลายที่สุดบริเวณขากรรไกรหรือลำคอ ปล่อยให้เสียงก้องสะท้อนไปทั่วร่างกาย ทดลองใช้เสียงสระแบบต่าง ๆ แล้วสำรวจวิธีบีบนวดร่างกายที่เกิดขึ้นในอวัยวะแต่ละส่วน เช่น ศีรษะ ลำคอ ช่องอก ด้วยเสียงสระที่ทอดยาวแบบต่าง ๆ เคลื่อนมือไปตามส่วนบนของร่างกายช้า ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่า เสียงแบบใดที่ให้พลังในการปลดปล่อยความเครียดมากที่สุด



ที่มา http://www.blog.eduzones.com/nunthida/985 

ความรู้ Mozart Effect

ประวัติ โมสาร์ท
หากเอ่ยถึงรายชื่อของสุดยอดนักดนตรีระดับตำนานของโลก เชื่อว่าหลายๆคนคงต้องนึกถึงชื่อของ 'โมสาร์ท' ขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ เสมอ โดยคุณูปการ และมรดกที่เขาได้ทิ้งไว้ให้กับวงการดนตรีโลก ยิ่งใหญ่เกินกว่าผู้ใดจะปฏิเสธได้ ซึ่งผลงานการประพันธ์เพลงนับพันของเขายังคงถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น

น้องชินวู ฟังโมสาร์ท When my Chinwu's listening Mozart
 

ดนตรีบำบัดสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์


 BrainEv & The Mozart Effect

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

เพลง หนุ่มบุรีรัมย์ จานโอ๋

เพลง หนุ่มบุรีรัมย์  เรียบเรียงดนตรีโดย ครูอภิชิต  กลีบม่วง  (จานโอ๋)


เบา เบา - DJ INTEL REMIX [ROCK VERSION]

มาหัด Mix กันดีกว่าครับเพื่อนๆ


จานโอ๋
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ครูอภิชิต กลีบม่วง นำเที่ยวหมู่บ้านช้าง จังหวัดสุรินทร์


ครูอภิชิต กลีบม่วง นำเที่ยวหมู่บ้านช้าง จังหวัดสุรินทร์


วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เทพตั้งแต่น้อย

วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เขมรขายไข่ โรงเรียนกระสังพิทยาคม

วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Cakewalk's SONAR 8 Webinar

ชนิดของไฟล์เสียงที่ควรทราบ

                ในการทำดนตรีด้วยคอมพิวเตอร์  สิ่งที่ต้องรู้จักเป็นอันดับแรก คือ ชนิดของไฟล์เสียง ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์  ซึ่งจะถูกกล่าวถึงบ่อย ๆ ในเว็บไซต์นี้ด้วยนะครับ โดยเฉพาะที่จะใช้บ่อย ๆ คือ Midi และ Wave   หากว่าคุณยังไม่ทราบ ก็อาจจะงงได้นะครับ  ดังนั้นก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับไฟล์เหล่านี้กันครับ
               MIDI อ่านว่า มีดี้ ย่อมาจาก Musical Instrument Digital Interface เป็นรูปแบบการควบคุมเครื่องดนตรี ที่กลุ่มนักดนตรีในสหรัฐอเมริกา ร่วมกันคิดค้น MIDI มีประโยชน์ในการช่วยให้นักดนตรี สามารถนำเพลงที่เล่นไปแล้วกลับมาเล่นใหม่ และช่วยเพิ่ม special effects อื่นๆ ให้กับเสียงดนตรี ในรูปแบบที่การเล่นจริงอาจทำได้ยากกว่า หรือ ไม่ reproducible ตัวอย่างที่นักศึกษาอาจเคยเห็นก็คือ การเล่นดนตรีในห้องอาหาร โดยทั้งวงมีเพียง 2 คนแต่เล่นเหมือนวงจริง เพราะเขาเล่นดนตรีควบคู่กับการเล่น MIDI เมื่อก่อนนั้นไฟล์ MIDI จะสร้างจาก การเล่นเครื่องดนตรีโดยตรง และเก็บข้อมูลการเล่นทีละ track และเขียนใส่ disk โดยเขาจะใช้ synthesizer ในการควบคุมเครื่องดนตรีต่างๆ เมื่ออ่านคำสั่ง MIDI ขึ้นมาจากแผ่นแล้ว ไฟล์ MIDI เป็นไฟล์ที่มีขนาดเล็ก เก็บเพียงตัวโน้ต และ ข้อมูลการเปิดปิดเครื่องดนตรีแต่ละตัว เสมือนกับเป็น conductor ประจำวงนั่นเอง ที่นี้พอมี sound card บนคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ก็มีการนำสร้าง chip ที่สามารถสังเคราะห์เสียงดนตรีที่เรียกว่า FM Synthesizer หรือ MPU-401 เจ้า chip ที่ว่านี้เมื่ออ่านคำสั่งจากไฟล์ MIDI ก็จะสังเคราะห์เสียงขึ้นมา โดยอาศัย basis set ที่เก็บไว้ว่า เครื่องดนตรี ชนิดไหนมีองค์ประกอบของ sine wave แบบใดบ้าง ไฟล์ประเภท MIDI จึงไม่ได้เก็บ waveform แต่เก็บเพียงตัวโน๊ต และ ชนิดของเครื่องดนตรี ที่จะเล่น การที่เสียงจะออกมาดีหรือไม่ อยู่ที่ synthesizer สำหรับ synthesizer มี 2 ชนิดคือ
                            FM Synthesizer MPU-401 ที่กล่าวมาแล้ว ไม่มีการเก็บ waveform เก็บแต่ parameter ของ sine wave ที่มาประกอบเป็น timbre ของเครื่องดนตรีนั้น
                          Wave Synthesizer เก็บลักษณะของหน้าคลื่นไว้ บางคนเรียก Sound Font แล้วสังเคราะห์เสียงสูง ต่ำ ตาม
                    WAVE (.wav) เป็นไฟล์เสียงที่ได้มาจากการบันทึกเสียง แล้วเก็บไว้ในระบบดิจิตอล ทำให้เราสามารถนำไฟล์เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้งานต่างๆต่อได้อีก ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งเสียง ผสมเสียง หรือ convert ไปเป็นไฟล์เสียงประเภทอื่นๆได้ (เมื่อทำงานร่วมกับ software) ไฟล์ประเภทนี้มีขนาดใหญ่ เพราะสามารถเก็บความละเอียดไว้ได้มากเท่าที่เราต้องการโดยไม่มีการบีบอัดข้อมูล (นอกจากว่าจะมาปรับแต่งทีหลัง) เป็นไฟล์เสียงประเภทหนึ่งที่มักจะพบในวงการดนตรีมาก (อย่างน้อยที่สุดก็เป็นเสียงของนักร้อง)
                        CD Audio (.cda) เป็นไฟล์เสียงที่บันทึกลงบนแผ่นซีดี ใช้เล่นกับเครื่องเสียงทั่วไป ไฟล์ประเภทนี้มีความคมชัดของสัญญาณมาก เพราะไม่มีการบีบอัดข้อมูล เพียงเข้ารหัสในระบบ Linear PCM เป็นไฟล์ .cda ที่มักจะตั้งค่าการเก็บข้อมูลเสียงโดยการสุ่มและแปลงสัญญาณไว้ที่ 44,100 ครั้งต่อวินาที ปกติคอมพิวเตอร์จะไม่สามารถอ่านไฟล์นี้ได้โดยตรง ต้องเล่นผ่านอุปกรณ์อื่นๆ เช่น เครื่องเสียง , ซีดีรอม หรือ software บางชนิด
                        MP3 (.mp3) เป็นที่นิยมมากในหมู่นักฟังเพลงทั่วไปในปัจจุบัน เพราะเป็นไฟล์เสียงที่ถูกบีบข้อมูลให้เล็กลงจากสัญญาณเสียงจริงได้ถึง 10 เท่า โดยเราสามารถเลือกความละเอียดของการเข้ารหัสได้ ทำให้คุณภาพเสียงของไฟล์ประเภทนี้ที่บีบอัดข้อมูลไม่มากนัก มีคุณภาพดีใช้ได้เลยทีเดียว (bitrate 128 Kbps) และเนื่องจากความเล็กของไฟล์ประเภทนี้ทำให้เป็นที่นิยมในการส่งไฟล์นี้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตกันด้วย
                       WMA (.wma) เป็นไฟล์เสียงที่ บ.ไมโครซอฟท์ คิดขึ้นมาให้ทำงานร่วมกับโปรแกรม Windows Media Player ของระบบวินโดว์ สามารถฟังเสียงผ่านระบบ streaming ได้ คือ ดาวน์โหลดข้อมูลไปด้วย พร้อมกับถอดรหัสเสียงให้ฟังไปพร้อมๆกันเลย โดยไม่ต้องรอให้ดาวน์โหลดครบ 100% ส่วนคุณภาพเสียงนั้นมีความละเอียดสูงไม่แพ้ mp3 128 Kbps เลย แต่จะมีขนาดเล็กกว่า mp3 ที่ความละเอียดเสียงพอๆกัน เพราะเข้ารหัสแบบ bitrate 64 Kbps (ครึ่งเดียว) ปัจจุบันเครื่องเสียงบ้านและรถยนต์ได้หันมารองรับไฟล์ระบบนี้มากขึ้นแล้ว
                        Real Audio (.ra) เป็นไฟล์เสียงที่ทำงานคู่กับโปรแกรม Real Player เน้นการทำงานแบบ Streaming สามารถฟังเสียงและดูภาพขณะกำลังดาวน์โหลดข้อมูลได้พร้อมๆกันเลย มีหลายความละเอียดให้เลือกหลายระดับ เป็นที่นิยมในหมู่นักดูหนังฟังเพลงในอินเตอร์เน็ตมาก
                          Audio Streaming Format (.asf) เป็นไฟล์เสียงหนึ่งที่มีรูปแบบ Streaming ที่เน้นส่งข้อมูลเสียงแบบ real time ใช้กันมากในการฟังวิทยุออนไลน์บนอินเตอร์เน็ต
                          Audio Interchange File Format (.aif , .aiff) เป็นไฟล์ลักษณะคล้ายไฟล์ Wave แต่ใช้สำหรับเครื่อง
                          MacintoshACC (.acc) เป็นไฟล์เสียงที่มีคุณภาพสูงมาก สุ่มความถี่ได้ถึง 96 kHz รองรับอัตราการเล่นไฟล์สูงถึง 576 Kbps สามารถแยกเสียงได้ถึงระบบ 5.1ช่อง เทียบเท่า Dolby Digital หรือ AC-3 
                        แหล่งที่มาของข้อมูล http://www.pantown.com/board.php?id=11651&area=4&name=board5&topic=64&action=view

ที่มาของคอมพิวเตอร์ดนตรี

                
        ปัจจุบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทในเรื่องของเสียง และการบันทึกเสียงอย่างสูง ลองหันไปมองรอบๆ ตัวเรา เทคโนโลยีดิจิตอลออดิโอแทรกซึมไปเกือบทุกที่ เมื่อก่อนฟิล์มภาพยนตร์จะบันทึกเสียงแบบอนาล็อก ลงบนแผ่นฟิล์มไปพร้อมๆ กับหนัง แต่เดี๋ยวนี้แยกเสียงออกมาเก็บแยกแทร็กไว้ต่างหาก โดยการเก็บแบบดิจิตอล ทำให้แม้ฟิล์มจะเสื่อมลงไปบ้างตามจำนวน รอบที่ฉายซึ่งทำให้ภาพเสื่อมคุณภาพลงไป แต่เสียงกลับยังคงมีคุณภาพเท่าเดิม ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ? คำตอบก็คงจะเป็นเช่นเดียวกับที่สิ่งที่เกิดกับ CD และ tape cassette นั่นเอง
                การรักษาสัญญาณให้คงรูปอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเปลี่ยนตัวกลางที่เก็บสัญญาณไปเป็นอย่างไร หรือมีระยะการเดินทางไกลแค่ไหน เป็นความดีของระบบดิจิตอลที่ทำให้มันก้าวเข้ามาแทนที่ระบบอนาล็อก แต่รู้หรือไม่ว่าข้อดีอีกประการของดิจิตอลนั้น กลับทำคุณอย่างมหาศาลให้กลับผู้ใช้อย่างเรา นั้นก็คือการที่เราสามารถทำสัญญาณเสียงให้อยู่ในรูปดิจิตอลได้ ทำให้เราสามารถ สร้างและแก้ไข ดัดแปลงสัญญาณนั้นได้ง่ายโดยการช่วยเหลือจากคอมพิวเตอร์ แล้วผู้ใช้อย่างเราๆ ที่ไม่ใช่ sound engineer มืออาชีพก็มีสิทธิ์จะทำ effect อะไรแปลกๆ ได้เองด้วย    (ใคร)      
     การทำคอมพิวเตอร์ดนตรี จึงเกี่ยวข้องกับระบบดิจิตอลทั้งสิ้น เพราะการทำดนตรีด้วยคอมพิวเตอร์นั้น จำเป็นต้องเปลี่ยนสัญญาณไปเป็นดิจิตอลเสมอ เพื่อใช้ในซอฟแวร์ของคอมพิวเตอร์ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ของคุณเองที่จะสามารถนำเอาประสิทธิภาพของระบบดิจิตอลออกมาใช้สูงสุดได้อย่างไร  เพราะการแปลสัญญาณดิจิตอลย่อมทำให้เกิดการดรอฟ ของเสียงทำให้เสียงของดิจิตอล และ อนาล็อค ต่างกันเล็กน้อย

ไมโครโฟน สิ่งจำเป็นในการอัดเสียง

                   ไมโครโฟน สำหรับอัดเสียง ควรใช้ไมค์โครโฟนชนิด Condenser ซึ่งในปัจจุบัน มีราคาที่ถูกลงอย่างมาก  ถ้าหากสำหรับผู้เริ่มต้นแล้ว  การเลือกใช้ ไมโครโฟน คอนแดนเซอร์ แบบ USB จะเหมาะกว่า  เพราะใช้ง่ายโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใด ๆ  ในด้านคุณภาพเสียงก็จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี (ถ้าเลือกรุ่นดี ๆ หน่อย) ซึ่งการซื้อไมค์คอนแดนเซอร์ แบบ USB โดยส่วนตัว พบว่าหมดปัญหาเรื่องเสียงรบกวนอย่างมาก เพราะเป็นไมค์ที่แปลงสัญญาณเป็น ดิจิตอลโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องผ่านซาวด์การ์ดด้วย  เหมาะมากสำหรับผู้เริ่มต้น

About Me

ภาพถ่ายของฉัน
อภิชิต กลีบม่วง
ดูโปรไฟล์ทั้งหมดของฉัน